FEEDS

News & Article From DPBits

Crypto Currency

นาย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum เผยว่า “มีแผนที่จะแยกตัวออกจากโปรเจกต์”

อ้างอิงจากทวีตบน Twitter ของนาย Vitalik Buterin ผู้ร่วมสร้าง Ethereum คริปโตที่มีมูลค่าโดยรวมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในโลก กล่าวว่า เขากำลังแยกตัวออกจากโปรเจกต์



เขาได้รับการขนามนามอยู่หลายครั้งว่าเป็นอัจฉริยะในวงการคริปโต หลังจากที่สร้าง Ethereum ขึ้นมา และทำให้มันเติบโตมาในระดับนี้ได้โดยอายุยังน้อย ผู้คนกำลังฝากความหวังของ Ethereum ไว้กับเขา คาดว่าจะแก้ปัญหาที่ Ethereum กำลังเจอเช่นการ Scaling ได้



มีผู้คนใน Twitter ได้ถามเขาว่า มีแผนที่จะแยกตัวออกจากโปรเจกต์หรือไม่ เขาได้อธิบายว่า ทีมพัฒนา Ethereum และตัวมันเอง สามารถอยู่ต่อไปได้อย่างไร้ปัญหาถึงแม้ไม่มีเขาก็ตาม และเขากำลังวางแผนที่จะแยกตัวออกจาก Ethereum



อย่างไรก็ตาม Ethereum ยังไม่ได้เป็นประกาศอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแค่ความเห็นของนาย Buterin เท่านั้น ว่ากำลังมีแผนที่จะแยกตัวออกมา ซึ่งในขณะนี้ก็ยังคงคอยช่วยเหลือ Ethereum อยู่



Ethereum เป็นเครือข่าย Blockchain แบบ Open-Source ที่รองรับเทคโนโลยี Smart Contract ซึ่งส่งผลให้โปรเจต์คริปโตอื่น ๆ สามารถระดมทุน ICO ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย



ถูกสร้างขึ้นโดยการระดมทุน ICO เมื่อเดือนกรกฎาคม และสิงหาคมปี 2014 ซึ่งเคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ราคา 1,389 ดอลลาร์ เมื่อปีต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา










ที่มา : https://siamblockchain.com/

08 October 2018

การจัดประชุม Ethereum เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง Code นั้นยังไม่ได้ข้อสรุป

การจัดประชุมที่ตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสีย Ethereum เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง Code บนแพลทฟอร์ม Ethereum ที่ต้องตัดสินใจก่อนการอัปเกรดซอฟต์แวร์ในเดือนตุลาคมนั้นดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุป


การประชุมรายสองสัปดาห์ของทีมนักพัฒนาที่ในอาทิตย์นี้รวมนักขุดและนักลงทุนรายสำคัญโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสอดคล้องในการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานของ Ethereum, ความเร็วของการอัปเกรดและวิธีการขุดรวมถึงการซัพพอร์ตและการสร้างคำสั่ง ที่อาจเกิดขึ้นจากการอัปเกรดในอนาคต


อย่างไรก็ตาม จากการหารือกันกว่า 2 ชั่วโมง จบลงที่ยังมีประเด็นที่ต้องหารือต่อซึ่งจะมีการจัดประชุมขึ้นอีกในวันที่ 31 สิงหาคมที่จะถึงนี้


การประชุมได้มีการพูดถึง ‘difficulty bomb’ เป็นส่วนหนึ่งของโค้ดที่หคาดว่าอาจมีความล่าช้าหรือถูกยกเลิกออกไป



เส้นตายที่ตั้งไว้ในต้นปี 2019 ทำให้เกิดความยุ่งยากในคำถามที่ว่าควรที่จะมีดำเนินการเปลี่ยนแปลง Proof-of-work เพื่อกำจัดเครื่องขุดเหรียญแบบพิเศษหรือ ASICs ออกจากระบบหรือไม่ แล้ว rewards จะมีการแบ่งอย่างเท่าเทียมหรือไม่และการเปลี่ยนแปลงนั้นควรทำไปพร้อมกันหรือไม่



ทั้งนี้เนื่องจากนักขุดเหรียญ นักพัฒนาและนักลงทุนต่างได้รับผลกระทบกันทั้งหมด ซึ่งอาจจะได้หรือเสียขึ้นอยู่กับข้อสรุปของที่ประชุม การตัดสินใจในแต่ละทางเลือกดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยาก


ประธานในที่ประชุม นาย Hudson Jameson กล่าวว่า



“ผมไม่รู้จริง ๆว่ าควรตัดสินใจอย่างไร ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปจากจุด ๆ นี้”

การถกเถียงเรื่องการออกเหรียญ



เนื่องมาจากการขาดการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เวลาส่วนใหญ่จึงถูกใช้ไปกับการหารือเกี่ยวกับการสร้างเหรียญ Ether ออกมาทั้งหมดเท่าไรดี และควรจะแจกจ่ายไปเท่าไรเมื่อมีการขุดเหรียญ



นาย Brian Venturo, CTO ของบริษัทด้านการขุดเหรียญคริปโตนาม Atlantic Crypto, และนักพัฒนาซอฟต์แวร์นาย Matthew White เรียกร้องให้ลดการออกเหรียญใหม่ลงและเรียกร้องให้นักพัฒนาจำกัดปริมาณการสร้าง Ether



การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจได้รับอิทธิพลมาจากโรดแมพเก่าของก่อนหน้านี้ที่จำนวนจำกัดของเหรียญทั้งหมดไม่ได้ถูกวางไว้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนเป็น proof of stake ที่จะทำให้เหรียญ Ethereum ไม่สามารถถูกขุดได้อีกต่อไป



คนอื่น ๆ พยายามตั้งคำถามให้เป็นประเด็นที่เป็นผลประโยชน์กับทุกฝ่ายที่ใช้ Ether แม้แต่นักพัฒนา ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องได้รับผลตอบแทนก็เป็นได้



White กล่าวว่า “การมีการควบคุมการออกเหรียญจะส่งผลที่ดีต่อราคาซึ่งมีความสำคัญต่อรายได้ของ Developer และ โครงการใหม่ ๆ และการระดมทุน อื่น ๆ”



นาย Xin Xu หรือ CEO ของ Ethereum Mining Pool นาม ‘Sparkpool’ กล่าวในที่ประชุมเพื่อเตือนเกี่ยวกับผลกระทบของการลดการออกเหรียญหรือรางวัลต่อ block ลง



“มันจะมีอยู่จุดหนึ่งที่เมื่อเราได้ทุกสิ่ง ทุกอย่างจะพังทลายและเราจะไม่สามารถกลับมาได้ ในความเห็นของผมการเปลี่ยนแปลงการออกเหรียญจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคง” นาย Xin กล่าว
ASIC resistance



แม้ว่าระบบ proof-of-work ของการขุดเหรียญ Ethereum จะถูกแทนที่ทีหลังใน roadmap แต่ผู้มีส่วนได้เสียก็ยังต้องเผชิญกับข้อถกเถียงที่ว่าจะมีการบล็อคการใช้เครื่อง ASIC ที่อาจทำให้ จำนวนนักขุดโดยการ์ดจอมีจำนวนที่มากขึ้น


ปัญหาก็คือเครื่อง ASIC ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขุดเหรียญคริปโตนั้น ๆ โดยเฉพาะมีกำลังและประสิทธิภาพในการขุดที่สูงกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีราคาที่แพงกว่า ซึ่งนั่นส่งผลทำให้นักขุดที่ไม่มีศักยภาพในการซื้อเครื่องดังกล่าวต้องหนีไปพึ่งการ์ดจอแทน



เนื่องด้วยการลดจำนวนการออกเหรียญใหม่ลงจะสามารถตัดรายได้ของนักขุดลง นาย Danny Ryan หรือนักพัฒนาได้แนะนำว่าการแบนเครื่อง ASIC นั้นอาจทำให้นักขุดโดยใช้การ์ดจอรู้สึกดีขึ้น



นาย Jameson กล่าวว่าจะมีการดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนแปลง codeในการ Hard Fork ภายหลัง คือ 8 เดือนหลังจากตัวอัพเกรด Constantinople เปิดใช้งานและในขณะที่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์จากนักขุดที่เสนอให้มีการแบนเครื่อง ASICs ออกจากแพลตฟอร์ม นักพัฒนาหลายคนก็ไม่เห็นด้วยกับ การเปลี่ยนแปลง codeโดยกล่าวว่ามันจะบรรลุจุดประสงค์ตามที่ตั้งไว้ได้หรือไม่



หลาย ๆ คนเตือนว่าการแก้ไขโค้ดในส่วนสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนสูงอาจจะส่งผลเสียต่อนักขุดสายการ์ดจอที่ได้มีการตั้งค่าอุปกรณ์เครื่องขุดให้ตรงกับโค้ดของ Ethereum แล้ว

ท้ายที่สุดแล้ว Jameson กล่าวว่า


“ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์หน้าจะมีการออกความคิดเห็นของสังคมเกี่ยวกับ EIPs และมุมมองที่แตกต่างกันออกไป”






ที่มา: Coindesk

27 August 2018

CEO ของ Binance แย้ง “อุตสาหกรรมคริปโตมีโอกาสเติบโตมากกว่า 1,000 เท่าอย่างแน่นอน”

นาย Changpeng Zhao CEO ของเว็บเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ Binance กล่าวว่าอุตสาหกรรมคริปโตจะมีโอกาสเติบโตมากกว่า 1,000 เท่าในไม่กี่ปีข้างหน้า


ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum ได้กล่าวว่า อุตสาหกรรมคริปโต และ Blockchain จะไม่มีโอกาสไม่เติบโต 1,000 เท่าอีกต่อไปแล้ว


โดยให้เหตุผลว่า การเติบโตที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมคริปโต และ Blockchain นั้นได้มาถึง “เพดาน” แล้ว และต่อไปมันจะถูกขับเคลื่อนด้วย “ผู้คนที่สนใจมัน” จนกว่าจะถึงขั้นที่มัน “สามารถใช้งานทางเศรษฐกิจได้จริง ๆ ”


“ในตอนนี้ หากคุณลองพูดคุยกับผู้ที่มีการศึกษาทั่วไป คุณจะพบว่าพวกเขาต้องเคยได้ยินคำว่า Blockchain สักครั้ง มันไม่มีโอกาสอีกแล้วในตอนนี้ที่ อุตสาหกรรมจะเติบโตแบบ 1,000 เท่า”


ในทางกลับกัน นาย Zhao ยืนยันว่าตลาดคริปโต “มีโอกาสเติบโตมากกว่า 1,000 เท่าอย่างแน่นอน” หาก Cryptocurrency เช่น Bitcoin, Ethereum ได้รับการยอมรับโดยส่วนใหญ่



เขาให้ความเห็นของเขากับประเด็นดังกล่าวว่า:


“ผมไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ผมบอกไว้เลยว่า คริปโตจะเติบโต 1,000 เท่า และมากกว่านั้น!”


เขาอธิบายว่าการเติบโต 1,000 เท่า นั้นดูเป็นไปไม่ได้เนื่องจากถูกนำไปเปรียบเทียบกับตลาดการเงินเก่า ๆ แต่ตลาดคริปโตนั้นจะก้าวผ่านตลาดการเงินเก่า ๆ ไป


“คุณไม่สามารถใช้ตลาดการเงินเก่า ๆ มาวัดศักยภาพของเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมใหม่ได้ หากคุณใช้ตลาด Taxi มาวัดขนาดศักยภาพของ Uber มันก็คงไม่ถูกต้องเท่าไรนัก”


ในปี 2017 อุตสาหกรรมคริปโตได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คริปโตอันดับต้น ๆ เช่น Bitcoin, Ethereum, Ripple และ Bitcoin Cash เติบโตขึ้นกว่า 30 ถึง 500 เท่าภายในปีนั้น ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจเห็นอะไรที่มากกว่านี้ก็เป็นได้




ที่มา ccn

ที่มาภาพ EJ Insight

14 September 2018